Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com


    แก้งาน...เรื่องธรรมดา ผิดจรรยาบรรณ หรือนี่มันลอกแล้ว!!

    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อมฯเริ่มต้นเล่าได้ยากมาก(และมีแนวโน้มว่าจะยาวอีกต่างหาก) แม้ว่าจะมีเรื่องราวอยู่ในหัวแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและถือว่าเกิดเมื่อไม่นานนี้เองด้วย

    มันเป็นเรื่องที่เริ่มมาจากการแก้งานธรรมดาๆ การแก้งานให้เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งเคยเป็นนักเขียนสังกัดสำนักพิมพ์สาวน้อยลูกกวาดแห่งหนึ่งซึ่งเธอกำลังร้อนใจเนื่องจากว่าจวนได้เวลาที่เธอต้องส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์แล้ว

    ซึ่งมันเป็นกำหนดการที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งหน่อยๆ เนื่องจากเธอเล่าว่าสำนักพิมพ์มี “ใบสั่ง” มาให้เธอส่งต้นฉบับภายในวันที่กำหนดไว้ และถ้าหากเธอส่งไม่ได้ล่ะก็  ทั้งเธอทั้งสำนักพิมพ์ต้องเดือดร้อนกันหมดแน่ๆ เพราะคิวคงจะรวนและเกิดปัญหาไปหมด

    มิหน้ำซ้ำ...เธอยังมีปัญหาสุขภาพ ซึ่งในสายตาของคนเป็นเพื่อนรุ่นน้องอย่างอมฯ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด (แน่ล่ะ ถ้าพูดจาภาษานางเอกถือแก้วน้ำส้ม เอ๊ย ผิดคิว ต้องบอกว่าภาษาดอกไม้และความห่วงใยสิ) เพราะพี่เขามีปัญหาในเรื่องการมองและมึนๆว่าจะต้องไปหาหมอให้เช็คสุขภาพ

    ด้วยเหตุนี้ นิยายที่ว่านั่น.....จึงมีการเร่งตรวจต้นฉบับกันตาลีตาเหลือกเพื่อคอมเม้นต์หาจุดบกพร่องหรือจุดไม่สมเหตุสมผลที่จะทำให้นิยายไม่สมบูรณ์และรีบส่งกลับไปให้พี่เขา...หรือเธอคนนั้นเพื่อจะได้เร่งแก้และส่งต้นฉบับให้ทัน

    แต่อาจจะเพราะความไม่สบาย หรือเพราะความเร่งรีบที่ทางสำนักพิมพ์เร่งมาก(ตามปากคำเขา) หรืออย่างไรก็แล้วแต่ นิยายเรื่องนี้มีจุดบกพร่องถือว่าค่อนข้างเยอะมาก ต้องหาเหตุอะไรสักอย่างมาใส่เติม ไม่งั้นอ่านไปแล้วอาจมีคำถามแทบจะทุกตอนแน่ๆ

    อย่างไรก็ตาม.....นิยายฉบับที่มีคอมเม้นต์บอกข้อความที่ต้องแก้ไข และจุดติยาวเป็นพรวนนั้นก็ส่งถึงมือเจ้าของจนได้......


    แต่เรื่องนี้ยังไม่จบลงแต่ประการใด เนื่องจากเจ้าของผลงานเห็นจุดที่ต้องแก้แล้วเกิดจะหน้ามืดขึ้นมาซะเอง และไม่สามารถทำความเข้าใจหรือคิดหาเหตุผลมาตอบคำถามในเรื่องได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งอมฯในขณะนั้นก็พอจะเข้าใจเขาได้อยู่ว่าคุณพี่หรือเธอผู้นั้นมีปัญหาสุขภาพ แถมยังห่วงผลงานตัวเองที่ต้องส่งสมองอาจจะไม่แล่นบ้างอย่างที่พี่เขากรีดร้องก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่ประการใด

    “เรื่องแปลก” เริ่มขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก!

    เมื่อพี่เขาบอกว่าตนเองสมองในขณะนั้นไม่สามารถทำงานตอบสนองต่อการที่ต้องแก้ยาวเหยียดได้ (อาจย่อด้วยภาษาชาวบ้านได้ว่าแก้ไม่ไหว แก้ไม่ได้จ้ะ) จึงขอร้องให้คนตรวจ....อมฯ(นามเต็มๆว่าอมราวตีค่ะ) ช่วยจรดปลายนิ้วลงบน “คีย์บอดร์ด” จัดการให้พี่เขาที

    แน่นอน......ว่าอมฯต้องงงไปพักใหญ่ๆ แต่ยังงงไม่เสร็จ เราก็ยังไม่ลืมความจริงที่ว่าพี่เขามีปัญหาสุขภาพและกำหนดส่งงานที่หากไม่ทันคงเดือดร้อน(โปรดย้อนกลับไปอ่านข้างบนได้เพื่ออรรถรส) กระนั้นมันก็ไม่ได้ลดความลำบากใจของอมฯลงไปสักเท่าไร เพราะว่าจุดที่ต้องแก้นั้นบานตะเกียงทีเดียว อมฯเองก็ยังเป็นนักศึกษา (อมราวตีเป็นนักศึกษาจริงๆนะเออ อายุเพิ่งยี่สิบ—ปี๊ด—ด้วยซ้ำ) เดี๋ยวก็ต้องสอบ แถมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะแก้ยังไง

    กระนั้น ก็ใช่ว่าจะแก้ไม่ได้หรอก.....................................

    บทสรุปของฉากโหมโรงนี้คือ เอาล่ะ อมยอมแก้ให้ก็ได้ แต่ไม่หมดหรอกนะ ช่วยได้แค่บางส่วนเพราะเวลามีไม่เยอะขนาดนั้น ซึ่งพี่เขาบอกว่าส่วนที่เหลือน่าจะพอจัดการเองได้

    และอีกอย่าง “การแก้” ของอมฯในที่นี้ อมก็ไม่รู้จะแก้ให้อย่างไงเหมือนกัน เอาเป็นว่าอมจะเขียนเรื่องราวเติมลงไปในผลงานพี่ไว้เป็นไกด์ว่าเรื่องที่น่าจะเกิด หรือเหตุผลเป็นไง แล้วเน้นสีไว้ให้เพื่อให้เห็นว่าอมแก้ตรงไหนไปก็แล้วกัน ไม่ว่ากันนะ?

    คุณพี่คนนั้นตอบตกลงทันที

    เอาล่ะ ในที่สุดก็เข้าประเด็นหลักของเรื่องนี้!!!

    เรื่องต่อจากนี้มันเป็นคำถามง่ายๆสั้นๆ ว่า “ใครจะคิดว่าจะมีคนกล้าเอาข้อความที่คนอื่นเขียนเติมลงไปในนิยายของตัวเองไปเป็นของตัวเองกัน???????”

    มันเป็นคำถามจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริง(ไม่มีสตั๊นหรือตัวตายตัวแทนแน่ๆเรื่องนี้) ต้องบอกก่อนแหละว่าอย่างแรก อมไม่ได้เห็นผลงานฉบับสมบูรณ์ที่เจ้าของเรื่องเขาส่งให้ บก. และเมื่อหนังสือวางแผง อมไม่คิดจะซื้อเพราะพี่เจ้าของเรื่องเขาว่าจะให้  ซึ่งอมได้รับผลงานมาช้าหน่อย ก็เปิดดูแค่หน้าประวัตินักเขียนซึ่งสำนักพิมพ์นี้เขาจะให้นักเขียนเขียนไว้และจะมีขอบคุณใคร เรามักจะอ่านกันขำๆเพราะจะรู้ดีว่าคนที่ถูกเอ่ยในคำนำเป็นใคร แต่อมกำลังจะสอบไม่ค่อยสะดวกจะอ่านนิยายตอนนั้น (อ่านไปล่ะ เรื่องเรียนกระจายแน่) เลยวางไว้บนชั้นไปก่อน............

    มันเป็นการพลาดที่ไม่น่าอภัยให้ตัวเองมาก เพราะอมวางลืมไว้กระทั่งไปเห็นของคนอื่นเข้า หยิบมาเปิดดูขำๆว่าเราช่วยแก้และเพิ่งได้เห็นและได้อ่านจริงๆแล้วแทบจะอ้าปากค้าง

    เพราะอมฯจำสำนวนที่ปรากฏ เนื้อเรื่องที่เขียนอยู่ พวกนั้นได้ นั่นมันสิ่งที่อมเขียนนี่นา!!!!!!!

    คราวนี้อมไม่แทบ แต่อ้าปากค้างจนพี่เจ้าของหนังสือตกใจมาก ว่าหนังสือพี่เขาทำอะไรอมหรือเปล่า อมถึงแน่นิ่งไปแบบนั้น แล้วพี่เขาจะมีความผิดไหม (กระทั่งเวลาแบบนี้ยังอุตส่าห์.............)

    แต่ก็ต้องขอบใจพี่เขา เพราะพี่เขาทำให้อมได้สติกลับมา และตั้งหน้าตั้งตาอ่านสำรวจเป็นการใหญ่ก่อนจะโดนความจริงทั้งเล่มหล่นทับว่าดูเหมือนที่อมแก้ไปให้นั้นพี่เจ้าของผลงานจะทำเพียงแค่ตัดเติมคำหรือใส่ข้อความบางอย่างไปลงบนเรื่องราวที่อมเขียนไป

    ....................แน่นอนว่าอมเกือบจะค้างไปอีกรอบ แต่ต้องบอกก่อนว่ามันมีความจริงที่น่าตระหนกอยู่อีกสำหรับเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้

    เพราะคนที่แก้เรื่องนี้ไม่ได้มีอมแค่คนเดียว!!!!!!

    อมรู้เรื่องหลังจากนั้นอีก.....จากการที่คุยเรื่องนิยายกับพี่คนหนึ่งที่คุ้นเคยสนิทสนมและความจริงพี่คนนี้เป็นหนึ่งในคนที่คอยคอมเม้นต์ดูงานให้น้องๆเสมอ(อมเองก็รบกวนพี่เขาในการหาคำวิจารณ์อยู่เหมือนกัน) และพี่เขาบ่นเรื่องงานพี่คนนี้มา ซึ่งอมแสดงความเห็นด้วยว่าผลงานที่บ่นต้องแก้เยอะมาก

    และคำตอบของพี่เขาคือ.........  “แน่ล่ะสิ ฉันยังต้องแก้ให้เป็นครึ่งเล่ม”

    อมนึกว่าหูฝาดจนเกือบจะพ่นน้ำใส่พี่เขาและคงจะโดนกรี๊ดใส่จนไม่ได้เรื่อง อมจึงแค่ถามกลับว่าพี่แก้หรือ ซึ่งพี่เขายืนยันว่าเขาแก้ให้ อมจึงบอกไปว่าอมก็แก้งานเรื่องนี้ให้

    ถ้าบรรยายกันแบบนิยายและอมเป็นตัวเอก....ก็ต้องบอกว่ามีลางสังหรณ์แล่นเข้ามาจนหนาวอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆกลางประเทศไทยที่มีแต่ฤดูร้อนไปจนถึงร้อนที่สุดนี้ให้อมต้องถามพี่เขาว่า “แก้งาน” น่ะแก้ยังไง

    เรื่องแบบนี้ลางสังหรณ์คนเรามักจะไม่ค่อยพลาดนัก........เพราะเป็นอย่างที่อมคิด พี่เขาแก้ให้แบบเดียวกับที่อมแก้ให้เจ้าของผลงานนั่นแหละ

    อมไม่รีรอที่จะถามพี่เขาหรอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรื่องราวที่อม “เขียนแก้” ให้พี่เขานั่น....... ปรากฏเป็นว่าพี่เขาไม่รู้เรื่องและจัดแจงหักคออมไปที่ร้านหนังสือที่ใกล้ที่สุดและหานิยายเรื่องนั้นอย่างเอาเป็นเอาตายทันที

    แน่นอนว่าหลังจากนั้นอมก็ต้องหาอะไรมาดับร้อนและทำให้พี่คนแก้อีกคนที่อมไม่ยักรู้มาก่อนนั่นสงบลงพอที่จะไม่ร้องกรี๊ดไป.....

    และเรื่องก็ยังไม่จบค่ะ เนื่องด้วยเราสองคนไม่รู้มาก่อน แต่พอพยายามติดต่อหาเจ้าของผลงานช่วงนั้น ก็ติดต่อไม่ค่อยได้นัก ตั้งท่าจะคุยอะไรกันจริงๆจังๆก็ไม่เคยได้คุยกันยาวสักที ทั้งอมและพี่ผู้นั้นรวมเป็นเราสองที่จะเป็นคำแทนตัวบางขณะในข้างหน้านั้นรู้สึกแย่มาก

    เพราะเราไม่เคยคิดว่าจะมีนักเขียนคนไหน (พี่เขาไม่ใช่คนหัดเขียน  ออกผลงานมากับสำนักพิมพ์ที่ว่าก็หลายเล่ม แถมบางทียังแอบไปรับจ็อบเขียนอีกแนวให้อีกสำนักพิมพ์คู่แข่งอีกต่างหาก) “กล้า” เอาสิ่งที่เราเขียนในผลงานเขาไปตัดแต่งแล้วส่งตีพิมพ์ทั้งอย่างนั้น อมฯเองก็เป็นคนที่เขียนนิยายคนหนึ่ง อมบอกได้เลยว่าผลงานของอมก็ต้องเป็น “งาน” ของอม และมันหมายความอย่างนั้นจริงๆ มันเป็นเรื่องธรรมดามากๆว่าใครล่ะ จะให้เรื่องที่คนอื่นเขียนอยู่ในนิยายเรา ไม่ใช่นิยายร่วมกันแต่งสักหน่อย และอมรู้สึกว่านี่มันหมิ่นเหม่หรือจะเรียกว่าผิดจรรยาบรรณนักเขียนก็ว่าได้แล้ว

    แต่มันไม่ใช่แค่นั้น อมเข้าใจไม่ถูกนัก .....ว่าพี่เขาแค่ตัดแต่งหรือเติมบางอย่าง
    ความจริงมีอยู่ว่า มีบางช่วงที่เจ้าของผลงานนั้นไม่ได้แก้อะไรเลย แต่เอาสิ่งที่อมเขียนเพื่อเติมในนิยายเธอให้มีเหตุผล(ตามหลักการแก้ว่าเป็นแนวแบบที่ตกลงกับเธอไว้แต่แรก)ใส่ลงไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่แก้เลยก็มี!!!!!

    อมเพิ่งเจอไฟล์เต็มๆเมื่อไม่นานมานี้ และรู้สึกแย่กว่าเดิมมากๆ เพราะเมื่อลองเปิดออกเทียบกันดูแล้ว จุดที่เห็นได้ชัดๆก็อย่างบางช่วงที่อมหรือพี่คนนั้นต้อง "เติม"  เรื่องราวลงไปในนิยายเรื่องนี้ร่วมสามสี่หน้านั้น ยังอยู่ครบถ้วนใจความเดิมแบบที่อมหรือพี่คนนั้นเขียนเป๊ะๆไม่มีการแก้ไขใดๆทั้งสามหรือสี่หน้านั้น (นับได้ว่าเป็นสองในห้าของบทนั้นเลยก็ว่าได้)

    Edit เพิ่มเติมค่ะ : บทที่ว่ามานี้คือ "ตัวอย่าง" ที่ชัดๆที่ยกมาค่ะ รายละเอียดยังไม่สามารถโพสให้ดูชัดๆได้ แต่บอกได้ค่ะว่ารวมคนแก้"ทุก"คนแล้ว อย่างน้อยที่โดนไปเป็นหน้านั้นโดนเฉลี่ยคนละสามหรือสี่หน้า ไม่นับที่ประปรายซึ่งดูแล้วพบว่าเป็นที่เราแก้ให้เกือบจะครบทุกบทค่ะ

    ทั้งอมและพี่คนนั้นเกือบกลายเป็นหินคาหนังสือในมือกันเดี๋ยวนั้นเลย เราสองคนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงเอามากๆ ไม่คิดว่าพี่เขาจะเอาไปโดยแค่แก้นิดๆหน่อยๆก็เต็มทนแล้ว นี่เขายังเอาไปทั้งหน้าแบบนั้นโดยไม่แก้อีก ถึงขนาดต้องหันมาพูดกันว่านี่ตกลงเราเป็นนักเขียนเงาไปแล้วเหรอ????

    เรื่องเป็นแบบนี้ แต่ที่เราอัศจรรย์ใจที่สุดคือ คุณพี่สาว(ซึ่งระยะนี้อมมักไม่ค่อยเรียกว่าพี่แต่เรียก "เธอ" บ่อยๆ) กลับทำลงไปและดูเหมือนจะไม่ได้คิดอะไรเลย เพราะเธอไม่ออกปากเรื่องนี้แม้แต่คำเดียว จนอมประหลาดใจมาก เพราะอมรู้สึกว่านี่มันเป็นเรื่องผิดนะ ไม่หมิ่นเหม่แล้ว แต่นี่มันผิดจรรยาบรรณการเขียนงานเลยนะ เราต้องให้เกียรติกับผลงานเราไม่ใช่หรือ?? แล้วทำไมพี่เอาสิ่งที่คนอื่นเขียนเติมให้พี่เป็นแนวทางเพื่อแก้ไขไปแปะเอาดื้อๆ ถ้าถามอม ....อมคงไม่อยากให้ใครเขียนอะไรเติมลงไปแต่แรกแล้ว แต่ถ้ามีใครมาเขียนจริงๆ อมคงเอาบทที่เขาเขียนแปะ ดูว่าเขาสื่ออะไร แล้วอมจะเขียนเองใหม่หมดแน่ๆเพราะมันเป็นงานของอม.....และอมถามเพื่อนอีกคนหรือสองคนที่เขียนหนังสือ เขาก็ว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น

    แต่ทำไมมีแต่เจ้าของผลงานเรื่องนั้นที่ดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร มิหนำซ้ำ...อมคงออกปากรายละเอียดต่อไปหมดไม่ได้ แต่อมและพี่ที่แก้นั้นประชดพี่เขาเพื่อลองใจบางอย่าง แต่เจ้าตัวกลับคิดว่าเราหมายความตามนั้นจริงๆและโกรธเราด้วยเรื่องที่เราประชดแทน

    ที่แน่ใจคือ...ดูเหมือนเจ้าตัวจะคิดว่า "แก้งาน" แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาเอาจริงๆ ทั้งที่มันไม่ธรรมดาเลยในความเห็นอมและพี่คนนั้นที่หลงแก้งานไปให้ด้วยความเข้าใจและ"เชื่อใจ"พี่เขามากเกินไป

    หรือว่าความจริงแล้ว เรื่องนี้มันจะเป็นแค่เรื่องธรรมดาเล็กน้อยจริงๆ หรือว่า..........มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคลของ “คนเขียน” คนนั้นกันแน่???

    เขียนออกมานี้ ตั้งใจว่าจะไม่ให้เครียดเกินไป แต่จริงๆแล้วอมก็หดหู่อยู่ค่ะ เพราะตอนนี้เรื่องลุกลามไปใหญ่โตมาก และมีคนที่พร้อมจะเชื่อ “เจ้าของผลงาน” โดยยังไม่ทันที่จะฟังเรื่องเต็มๆที่เกิดขึ้นกับอมหรือพี่อีกคนเลยสักนิด ที่สำคัญประเด็นนี้ไม่ได้รับการเหลียวแลเพราะพี่เขาไม่ยอมเอ่ย อมอยากเอ่ยแต่ดันไม่มีใครฟัง(เวรกรรม!) ด้วยเหตุนี้ อมจึงได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาค่ะ

    คนอ่านทุกคนล่ะคะ คิดว่าตกลงเรื่องนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาของการแก้งาน เรื่องเล็กน้อย หรือเป็นเรื่องที่คงจะเรียกได้ว่า “ลอก” สิ่งที่เราเขียนใส่ลงไปโดยที่เราเองไม่รู้ หรือเรื่องผิดจรรยาบรรณกัน???

    แก้ไขเมื่อ 05 พ.ค. 52 19:29:34

    แก้ไขเมื่อ 05 พ.ค. 52 19:27:05

    จากคุณ : อมราวตี - [ วันฉัตรมงคล 16:50:02 ]




    หน้าหลัก แจ้งลบ bookmark ส่งต่อกระทู้ พิมพ์ โหวตกระทู้ เก็บเข้าคลังกระทู้ กระทู้ก่อนหน้า กระทู้ถัดไป
 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com